คราวด์ฟันดิ้งช่วยสนับสนุนไอเดียของคุณได้อย่างไร

Asiola เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้คนที่มีไอเดียสร้างสรรค์ได้มีโอกาสทำให้ไอเดียนั้นเป็นจริง สำหรับสัปดาห์นี้ เรามาดูกันว่า การคราวด์ฟันดิ้งช่วยสนับสนุนไอเดียสร้างสรรค์ของคุณได้อย่างไร

ไร้ข้อจำกัดจากผู้ลงทุน

คราวด์ฟันดิ้งเป็นวิธีหาทุนสนับสนุนรูปแบบหนึ่งที่เจ้าของไอเดียจะได้รับทุนสนับสนุนจากคนในสังคม นั้นหมายความว่า เจ้าของไอเดียไม่จำเป็นต้องเข้าหาสปอนเซอร์หรือนักลงทุน ซึ่งทุนที่คุณจะได้รับจากผู้สนับสนุนรายใหญ่เหล่านั้น อาจจะต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดบางอย่าง ที่ทำให้ไอเดียของคุณต้องปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้ลงทุน แต่สำหรับการระดมทุนด้วยวิธีการคราวด์ฟันดิ้ง คุณจะได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการ แนวคิดของคุณจะไม่ถูกปรับเปลี่ยน และคุณสามารถสื่อสารไอเดียแท้จริงไปยังกลุ่มคนที่เชื่อมั่นในไอเดียของคุณ

ไร้ความเสี่ยงในการลงทุน

คราวด์ฟันดิ้งช่วยให้เจ้าของไอเดียหมดปัญหาความเสี่ยงในการลงทุน เนื่องจากไม่จำเป็นต้องสร้างหรือผลิตอะไรขึ้นมาก่อนด้วยทุนของตนเอง นอกจากนี้ การคราวด์ฟันดิ้งยังเป็นการทดสอบและสำรวจตลาด เพื่อดูว่ามีคนสนใจไอเดียของคุณมากน้อยขนาดไหน เช่น Hugo อยากรู้ว่ามีกลุ่มคนฟังเพลงมากเท่าไหร่ที่สนใจจะเป็นเจ้าของแผ่นเสียงไวนีลอัลบั้มคู่ของเขา (สตูดิโออัลบั้ม + บันทึกการแสดงสด) เขาได้ใช้การคราวด์ฟันดิ้งเพื่อสำรวจฐานแฟนเพลงที่สนใจ โดยเขาได้กล่าวว่า “มันเป็นวิธีที่ทำให้รู้ล่วงหน้าว่า มีจำนวนแฟนเพลงที่อยากสนับสนุนไอเดียของเราขนาดไหน ซึ่งเป็นข้อมูลที่คุณต้องการก่อนจะผลิตงานขึ้นมาจริงๆ”

…แต่ไม่ไร้ที่ปรึกษา

Asiola เป็นแพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิ้งแบบร่วมคัดสรร นั่นก็คือ ถ้าไอเดียของคุณได้รับการคัดเลือกให้เริ่มแคมเปญกับเรา คุณจะได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานในทุกขั้นตอนของการทำแคมเปญคราวด์ฟันดิ้ง โดยที่เราจะไม่เข้าไปเปลี่ยนแปลงไอเดียสร้างสรรค์ของคุณเลย เราจะเข้าไปช่วยให้คำปรึกษาในเรื่องของการเลือกของตอบแทน การทำวิดีโอแคมเปญ การแชร์ไอเดียของคุณเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนในวงกว้าง และร่วมไปถึงเรื่องการจัดส่งของตอบแทนให้ผู้สนับสนุนเมื่อแคมเปญของคุณประสบความสำเร็จในการระดมทุน

เข้าไปดูไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆ ที่กำลังทำการคราวด์ฟันดิ้งในแพลตฟอร์มของ Asiola เพื่อดูเป็นตัวอย่างให้กับการคิดสร้างสรรค์ไอเดียของคุณให้เป็นจริง และถ้าคุณมีไอเดียแล้วสามารถเล่าให้เราฟังเพื่อเริ่มแคมเปญของคุณ และเพื่อไม่ให้พลาดอัพเดตต่างๆ จาก Asiola สมัครรับจดหมายข่าวจากเราได้เลย

ZIEGHT: การเดินทางสู่ AfrikaBurn

เกี่ยวกับไอเดียของพวกเรา

เราเป็นศิลปินกลุ่มหนึ่ง มีกันอยู่ทั้งหมด 3 คน เราได้มีโอกาสสร้างและโชว์งานของเรามาในหลายๆ ที่แล้ว ที่ใหญ่และน่าจดจำที่สุดน่าจะเป็นงาน Wonderfruit ปีที่แล้ว ปีนี้ เราทั้ง 3 ได้รับการต้อนรับให้ไปแสดงที่งานเฟสติวัลอินเตอร์ชื่อ AfrikaBurn งานเฟสติวัลนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ Burning Man เป็นเฟสติวัลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้กลมกลืน เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เกี่ยวกับ unity และ การแชร์ความรู้ แชร์วัฒนธรรมให้กับกันและกัน เฟสติวัลนี้สนับสนุนงานศิลปะอย่างเต็มที่มาก ศิลปินคนไหนที่ได้โชว์งานของตัวเองในเฟสติวัลนี้ ถือว่าได้อยู่บน international stage อย่างแท้จริง ปีนี้ เราทั้งสามมีโอกาสได้นำเอางานศิลปะของเราไปโชว์ที่งานเฟสติวัลนี้ และเราก็มีแบบงานที่พร้อมจะนำไปโชว์ งานของเราชื่อ Via Lactea เป็นงาน Art Installation ที่เราได้รับการต้อนรับจากงานนี้มาเรียบร้อยในฐานะ Creative Crew ของ Afrikaburn ซึ่งหมายความว่า เรามีที่สำหรับเราในงานนี้แน่นอน เราเลยถือว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้โชว์งานศิลปะของคนไทยให้โลกเห็น เพื่อเป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศที่เป็นโลกที่ 3 อย่างที่คนคิด ว่าประเทศเราก็มีอะไรดีๆ มีความคิดสร้างสรรค์ ที่คนทั้งโลกอาจจะยังไม่ได้เห็น

The Good House โดย ดวงฤทธิ์ บุนนาค

เกี่ยวกับไอเดียของผม

ความจริง แบบและไอเดียของบ้าน The Good House มีมาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจากเหตุการณ์สึนามิที่ภาคใต้ในปี 2004 เกิดขึ้นใหม่ๆ แต่พอทำต้นแบบเสร็จ เรื่องราวความเสียหายจากสึนามิก็กลับกลายเป็น เรื่องเก่า และไม่ใช่ประเด็นร้อนไปซะแล้ว เพราะฉะนั้น บ้านหลังนี้ เลยกลายเป็นไอเดียที่ถูก เก็บไว้กับผมเพียงคนเดียว ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็นเลย

“แบบและไอเดียของบ้าน The Good House มีมาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจากเหตุการณ์สึนามิ”

บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ผู้คนธรรมดาสามารถสร้างเองได้ เป็นบ้านที่ผมออกแบบมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ ทุกส่วนทุกชิ้น สามารถบรรจุเข้ากล่อง ขนส่งง่าย ก่อสร้างเร็ว ให้คนอยู่ได้เลย ไม่ว่ามันจะกลายเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือเป็นทางออกถาวร บ้านหลังนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยที่จะมาเติมเต็มการฟื้นฟูของคนหลังจากที่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น เป็นบ้านสไตล์ไทยแบบมีใต้ถุน ข้างบนถูกสร้างมาเพื่อให้ความสะดวกสบายอย่างร่วมสมัย

“ทุกส่วนทุกชิ้นสามารถบรรจุเข้ากล่อง ขนส่งง่าย ก่อสร้างเร็ว ให้คนอยู่ได้เลย ไม่ว่ามันจะกลายเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือเป็นทางออกถาวร บ้านหลังนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยที่จะมาเติมเต็มการฟื้นฟูของคนหลังจากที่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น”

ถึงแม้ผมจะได้ออกแบบบ้านมาเยอะ แต่นี่เป็นหนึ่งในผลงานที่ผมรู้สึกภูมิใจมากที่สุด เพราะมันเป็นงานที่จะมาชุบชีวิตผู้ประสบภัยขึ้นมาอีกครั้ง มันคือสัญลักษณ์ของความหวัง คือสิ่งที่ผมให้กับสังคม เพื่อเป็นการสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่จะมาเติมเต็มปัจจัย 4 ของคนที่สูญเสียทุกอย่างไปให้กับภัยธรรมชาติ

ทำไมไอเดียนี้ ถึงมีความหมาย

10 ปีที่แล้ว เมืองไทยประสบภัยธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่ที่คร่าชีวิตคนไปมากมาย และยังทำลายบ้านเรือนอีกเป็นพัน ภัยสึนามิครั้งนั้นเป็นอุบัติการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่มีใครเตรียมพร้อมมาที่จะเผชิญกับมัน

“การสนับสนุนโครงการนี้ก็เป็นอีกทางที่จะทำให้เราได้มีความพร้อมที่จะรับมือกับทุกอย่าง”

ความจริง เมื่อมองลึกเข้าไปในทุกเหตุการณ์ความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะที่ญี่ปุ่น เนปาล หรือพม่า สาเหตุที่ความเสียหายนั้นยิ่งใหญ่ และสามารถทำให้คนหลายคนใจสลายได้ มันไม่ใช่เพราะความใหญ่โตของการทำลายล้างที่มากับ ภัยธรรมชาติเหล่านั้นอย่างเดียว แต่มันมาจากความไม่พร้อมที่จะจัดการกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

เพราะความไม่พร้อมนี่แหละ ที่ทำให้ความเสียหาย ความรู้สึกสูญเสีย มีผลพวงที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น การสนับสนุนโครงการนี้ ก็เป็นอีกทางที่จะทำให้เราได้มีความพร้อมที่จะรับมือกับทุกอย่าง

ทุกคนจะช่วยอย่างไร?

ทุนที่ทุกคนให้การสนับสนุนมาสำหรับโครงการนี้ จะถูกนำไปใช้ในด้านการผลิตเพราะการที่เราจะได้สร้างมันในแบบผลิตมวลนั้น จะเป็นการใช้ทุนของเราอย่างฉลาดที่สุด และเราก็จะมีทีมออกแบบเพิ่มเข้ามาเพื่อที่จะออกแบบภาพอธิบายวิธีการสร้างบ้านเพือที่การก่อสร้าง The Good House นั้นทำได้ง่ายขึ้นอย่างที่เราหวังไว้ ถ้าเราได้รับการสนับสนุนได้ถึงเป้าที่ตั้งไว้ เราจะได้ทำโปรเจคนี้ให้เป็นจริงได้ตามที่หวังไว้มานาน

ถ้ามีไอเดียและแบบพร้อมที่จะให้อะไรแบบนี้กับคน และยิ่งนี่คือความตั้งใจที่ผมมีมามากกว่า 10 ปี ถ้ามี โอกาสทำให้มันเป็นจริง เป็นคุณ คุณไม่ทำเหรอ? โดยเฉพาะไอเดียนี้ เป็นอะไรที่เราคิดมาเป็น 10 ปีแล้ว ผมคิดว่าการสนับสนุนอะไรแบบนี้เป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะถ้าภัยธรรมชาตินั้น มาถึงเราเมื่อไหร่ เราจะรู้และแน่ใจเลยว่า เรารับมือกับมันได และเมื่อเราพร้อมที่จะเผชิญกับเหตุร้ายอย่างภัยธรรมชาติเมื่อไหร่ ผลกระทบจากภัยพิบัตินั้น ถึงแม้จะคร่าเอาบ้าน ทรัพย์สิน หรือแม้แต่ชีวิตไป มันจะไม่ สามารถเอาความหวังในการฟื้นฟูของคนไปได้ เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่า การกันไว้ก่อนแก้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

“เมื่อเราพร้อมที่จะเผชิญกับเหตุร้ายอย่างภัยธรรมชาติเมื่อไหร่ ผลกระทบจากภัยพิบัตินั้น ถึงแม้จะคร่าเอาบ้าน ทรัพย์สิน หรือแม้แต่ชีวิตไป มันจะไม่ สามารถเอาความหวังในการฟื้นฟูของคนไปได้”

เหตุผลที่ควรสนับสนุนแคมเปญ The Good House

โครงการนี้ เป็นโครงการหนึ่งที่จะสร้างเมืองไทยให้แข็งแรง และพร้อมที่จะรับมือกับทุกอย่าง และโดยเฉพาะที่ทุกคนมีโอกาสที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อทำให้โครงการนี้ ยิ่งพิเศษเข้าไปใหญ่ ไอเดียนี้ น่าจะได้รับการสนับสนุนก่อนที่มันจะสายเกินไป มันไม่ยากหรอกที่จะทำให้ไอเดียนี้เป็นจริง ถ้าเราทุกคนสามารถมารวมตัวกันเพื่อที่จะทำให้ทั้งประเทศแข็งแกร่งขึ้น และรู้ว่าเรา จะสามารถผ่านไปได้ทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรจะเป็นขึ้น ไปด้วยกัน ทำไมคุณจะไม่สนับสนุนไอเดียนี้ล่ะ?

ของตอบแทน

ของตอบแทนเหล่านี้รอคุณอยู่ แค่คุณมาเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโปรเจคนี้ให้เป็นจริง

ของตอบแทนในแคมเปญ

Thai Blind Orchestra: A Vision for the Future

การแสดงคอนเสิร์ตเป็นความฝันของนักดนตรีทุกคน เช่นเดียวกับน้องๆ นักดนตรีผู้พิการทางสายตาจากวง Thai Blind Orchestra (TBO) ซึ่งสำหรับเด็กกลุ่มนี้ การได้แสดงความสามารถต่อหน้าผู้ชมเป็นมากกว่าความฝัน เพราะนั้นคือโอกาสที่พวกเขาได้รับจากสังคม

 

ผมชื่อ อลงกต ชูแก้ว ครับ ผมเป็นผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่เขาใหญ่ และเป็นผู้ก่อตั้ง Thai Blind Orchestra วงออร์เคสตราที่มีสมาชิกทั้งหมดเป็นเยาวชนผู้พิการทางสายตาจากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน ในจังหวัดลพบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น และร้อยเอ็ด

 

“วงออร์เคสตราที่มีสมาชิกทั้งหมดเป็นเยาวชนผู้พิการทางสายตาจากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน”

 

เดิมทีค่ายดนตรีที่ผมจัดขึ้นที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเด็กพิการ แต่จากความหลงใหลในเสียงดนตรีของเด็กๆ ประกอบกับทักษะการได้ยินที่เป็นเลิศ ความมีสมาธิสูง และเรียนรู้เร็วของผู้พิการทางสายตา ทำให้ผมและทีมผู้ฝึกสอน ได้จัดการเรียนการสอนเครื่องสายตะวันตกขึ้น และไม่ได้คาดหวังว่าจะให้เกิดวงดนตรีออเคสตร้าขึ้นมา แต่ด้วยความตั้งใจที่สูงมากของนักเรียนทุกคนจึงก่อให้เกิดการรวมวงขึ้นและทำการแสดงและตั้งชื่อเป็น Thai Blind Orchestra หรือ วง TBO ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยปัจจุบันรวมวงกันได้เกือบ 3 ปีแล้วครับ มีสมาชิก 30-35 คน และหนึ่งในความภูมิใจสูงสุดของวงคือ การได้แสดงต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

“สำหรับเด็กๆ วง TBO การแสดงคอนเสิร์ตแต่ละครั้งคือการเติมเต็มความฝันอันยิ่งใหญ่ในฐานะนักดนตรี แต่สำหรับผมและทีมผู้ก่อตั้งวงแล้ว มันคือส่วนหนึ่งของการเดินทางเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ยั่งยืนสำหรับผู้พิการ”

 

สำหรับเด็กๆ วง TBO การแสดงคอนเสิร์ตแต่ละครั้งคือการเติมเต็มความฝันอันยิ่งใหญ่ในฐานะนักดนตรี แต่สำหรับผมและทีมผู้ก่อตั้งวงแล้ว มันคือส่วนหนึ่งของการเดินทางเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ยั่งยืนสำหรับผู้พิการ จุดมุ่งหมายของเราไม่ใช่การพาวง TBO เติบโตเป็นวงที่สมบูรณ์แบบ แต่เราต้องการสนับสนุนให้เด็กๆ กลุ่มนี้เติบโตขึ้นและสามารถยืนหยัดในสังคมได้ครับ และความพยายามของพวกเราเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เมื่อน้อง “เฟิร์ส” หัวหน้าวง TBO มีความตั้งใจจริงที่อยากจะถ่ายทอดความรู้ให้นักดนตรีรุ่นต่อไป เฟิร์สบอกกับผมว่า “ผมอยากเรียนรู้จากครูอลงกตให้ได้มากที่สุดครับ เพื่อจะได้ไปสอนต่อให้ผู้พิการทางสายตาคนอื่นๆ” การลดบทบาทของผู้ฝึกสอน ให้คนผู้พิการทางสายตาสามารถพึ่งพาตัวเองได้ พร้อมทั้งการส่งต่อโอกาสโดยคนตาบอดให้คนตาบอดด้วยกันเอง เป็นเป้าหมายสูงสุดของพวกเราที่ต้องการให้เกิดขึ้น และถ้าเป็นไปได้ ผมหวังว่าจะสามารถส่งเด็กๆ กลุ่มนี้เข้าเรียนในสถาบันดนตรีในระดับที่สูงขึ้น เพื่อสร้างอาชีพในอนาคตให้พวกเขาครับ

 

“ผมหวังว่าจะสามารถส่งเด็กๆ กลุ่มนี้เข้าเรียนในสถาบันดนตรีในระดับที่สูงขึ้น เพื่อสร้างอาชีพในอนาคตให้พวกเขาครับ”

 

การจะไปให้ถึงจุดนั้นได้ เราได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้พื้นฐานด้านดนตรีสากล และเนื่องจากในโลกนี้ยังไม่มีแบบเรียนดนตรีสากลที่เป็นอักษรเบรลล์ เราจึงต้องค้นคว้ากันเองโดยไม่มีสถาบันใดสนับสนุนครับ แม้ว่าการทำแบบเรียนจะเป็นไปในลักษณะลองผิดลองถูกกับเด็กๆ ก็ตาม แต่เรากลับพบว่า การให้เด็กในวงมีส่วนร่วม กลับเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาตำราให้ลงตัวกับผู้พิการมากที่สุด ดังนั้น แบบเรียนอักษรเบรลล์นี้ จึงถือเป็นการวางรากฐานอย่างยั่งยืน เพื่อให้นักดนตรีผู้พิการสามารถเรียนรู้ได้เอง และสามารถส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในเวลานี้ อาจกล่าวได้ว่า TBO เป็นวงแรกของโลกที่นักดนตรีอ่านโน้ตด้วยอักษรเบรลล์ครับ เพราะที่ผ่านมา มีเพียงที่อียิปต์และเกาหลีใต้เท่านั้น ที่มีวงออร์เคสตราผู้พิการทางสายตา แต่ไม่พบว่ามีการใช้โน้ตอักษรเบรลล์แต่อย่างใด

 

“TBO เป็นวงแรกของโลกที่นักดนตรีอ่านโน้ตด้วยอักษรเบรลล์”

 

TBO เป็นวงดนตรีอิสระที่ไม่ได้สังกัดสถาบันใด ดังนั้น การสนับสนุนทั้งหมดที่ได้รับจึงมาจากการบริจาค ตั้งแต่การจัดหาเครื่องดนตรี ไปจนถึงการจัดหาทีมผู้ฝึกสอนด้วยครับ ซึ่งปัจจุบันได้จิตอาสาที่เป็นนักศึกษาเอกดนตรีตะวันตกจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาช่วยสอน อย่างไรก็ตาม วง TBO ยังมีอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ครับ

เครื่องดนตรี: เด็กๆ ในวงใช้เครื่องดนตรีที่ได้รับบริจาคมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ซึ่งเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน และเครื่องดนตรีสากลมีราคาสูงเกินกว่าจะจัดซื้อใหม่ได้ ดังนั้น เราจึงต้องการระดมทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง

การฝึกซ้อมต่อเนื่อง: วง TBO ฝึกซ้อมกันช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เขาใหญ่ ดังนั้น การรวมวงแต่ละครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารวมตัวกันที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.นครราชสีมา นอกจากนี้ ยังต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าอาหารและที่พัก เพื่อดูแลเด็กๆ ตลอดการซ้อมอีกด้วยครับ

Techno Pizza Party by Montonn Jira

UPDATE 20 AUGUST: ได้เวลาสนุกแล้วสิ ถ้าคุณได้สนับสนุนและสั่งจองบัตร Techno Pizza Party เจอกันคืนนี้ที่ร้าน Knock ทองหล่อ งานเริ่ม 1 ทุ่มตรง อย่าลืมนำบัตรประชาชน และอีเมลมายืนยันสิทธิ์เข้างาน

UPDATE 8 JUNE: เป้าหมายพิเศษ

ข่าวดีครับทุกคน Techno Pizza Party ได้พุ่งทำลายเป้าหมาย 100% ที่ตั้งไว้ในวันเดียวเท่านั้น! ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่สนับสนุนแคมเปญผมและแสดงความรักของพิซซ่าและเทคโน 🙂 เราอย่าเพิ่งหยุดกันแค่นี้ เนื่องจากมีคนสนใจจะร่วมงานนี้เป็นอย่างมาก ผมจึงได้เพิ่มจำนวนบัตรเข้างานพร้อมกับตั้งเป้าหมายพิเศษสำหรับงานนี้อีกด้วย เข้ามาสนับสนุนกันเยอะๆ ชวนเพื่อนๆ คุณมาด้วยและมาร่วมสร้างงาน Techno Pizza Party ระดับโลกกันดีกว่า เราจะตั้งเป้าหมายพิเศษกันตามนี้ : 100% -> Techno Pizza Party สำหรับ 10 คนพิเศษเท่านั้น จัดที่สำนักงานใหญ่ Asiola 150% -> Techno Pizza Party +เพิ่มชีสจำนวนพิเศษ (เว้นแต่ว่าคุณจะไม่เอานะ) สำหรับ 15 คนพิเศษเท่านั้น จัดที่สำนักงานใหญ่ Asiola 300% -> Techno Pizza Party +เพิ่มชีสจำนวนพิเศษ (เว้นแต่ว่าคุณจะไม่เอานะ) +อัพเกรดเครื่องเสียง สำหรับ 35 คนพิเศษเท่านั้น จัดที่สำนักงานใหญ่ Asiola 600% -> Techno Pizza Party +เพิ่มชีสจำนวนพิเศษ (แน่ใจนะว่าไม่เอาชีส…) +อัพเกรดเครื่องเสียง +จัดไฟเธค สำหรับ 55 คนพิเศษเท่านั้น จัดที่สำนักงานใหญ่ Asiola 1000% -> ผมว่าถึงจุดนี้ สำนักงาน Asiola คงรับไม่ไหวแล้วล่ะ งั้นเราย้ายปาร์ตี้ไปจัดที่เด็ดๆ กันเลยดีกว่า! ถ้าถึง 1000% เราจะย้ายปาร์ตี้ไปที่พิเศษ จุคนได้ถึง 100 +เพิ่มเทคโน +เพิ่มพิซซ่า +เพิ่มความมันส์! *หมายเหตุ : สำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ เรามีพิซซ่ามังสวิรัติครับ 🙂

ได้ไอเดียนี้มาจากไหน?

จริงๆ ไอเดีย Techno Pizza Party เริ่มตั้งแต่ 2004 แล้ว ตั้งแต่สมัยที่ผมนั่งเล่นในสตูดิโอที่นิวยอร์กกับ EVAC เพื่อนของผม เราทำเพลงเทคโนแล้วกินพิซซ่ากันไปด้วย แล้วพบว่า ไม่มีอะไรจะเข้ากันไปมากกว่านี้อีกแล้ว! ผมเลยอยากยก Techno Pizza Party มาไว้ที่กรุงเทพสักหนึ่งคืน (หรืออาจจะสอง..สาม..สี่..ก็แล้วแต่ว่าจะทำได้มั้ย) ผมใช้แพลตฟอร์มของ Asiola เพื่อระดมทุนคราวด์ฟันดิ้งจัดงานนี้ให้เกิดขึ้น บอกเลยว่างานนี้คุณจะได้มันส์ไปกับเพลงเทคโนสุดตื๊ด พร้อมกินพิซซ่าอร่อยๆ ไปด้วย และยิ่งระดมทุนได้มากเท่าไหร่เพลงเทคโนก็ยิ่งตื้ดยิ่งหนักเข้าไปอีก พิซซ่าก็จะหนักเครื่องด้วยเหมือนกัน ผมอยากให้เพื่อนๆ มาสนุกด้วยกัน มาเปิดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณจะหาจากไหนไม่ได้ ช่วยกันทำให้งานนี้เกิดขึ้นด้วยนะครับ รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ https://myspace.com/technopizzaparty

เป้าหมายของคุณคือ?

ผมอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ให้เพื่อนๆ ทุกคนด้วยเพลงเทคโนกับพิซซ่า เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้จริงๆ และควรจัดขึ้นในเมืองไทย แล้วผมก็อยากเปิดมุมมองทางดนตรีและอาหารผ่านส่วนผสมที่ลงตัวมากที่สุดอย่างหนึ่งในโลก และแน่นอนที่สุด ผมอยากปลุกเร้าความสนุกในตัวทุกคนที่มาปาร์ตี้ครั้งนี้ให้ทุกคนได้ไปมันส์ด้วยกัน

จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างถ้าระดมทุนได้ถึงเป้าหมาย?

เป้าหมายทุน 3,000 บาท = Techno Pizza Party จัดขึ้นที่ออฟฟิศของ Asiola (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ) วันที่ 20 สิงหาคม 2559 ความจุ 10 คนเท่านั้น ผมจะจัดเพลย์ลิสต์เพลงเทคโน 5 ชั่วโมงพร้อมเครื่องเสียง hi-fi และพิซซ่าขนาดยักษ์ 5 ถาด

SVSSPROJECT for Charity ไปซ่อมโรงเรียนกัน

เกี่ยวกับ S.V.S.S.

S.V.S.S หรือ “Superverysnapshot” เป็นชื่อของช่างภาพที่มากความสามารถคนหนึ่งของเมืองไทย เขามีชื่อเสียงจากผลงานภาพถ่ายแนวสตรีทและการดีไซน์ลายเสื้อยืด เขาทําการกุศลช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด และมีภูมิลําเนาอยู่ที่จังหวัดเลย

เกี่ยวกับไอเดียของ S.V.S.S.

สําหรับไอเดียนี้ ผมได้ทําร่วมกับโครงการ เพียง พอ อุ่น ของน้อง ดี มีนา ซึ่งผมอยากจะระดมทุนเพื่อซ่อมแซม ‘อาคารสมเด็จย่า’ อาคารเรียนเก่าแก่เพียงหลังเดียวของโรงเรียนลาดค่าง อ.ภูเรือ จ.เลย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของโรงเรียนที่ถูกจัดว่าอยู่ในเขตทุรกันดารของตัวจังหวัด โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมด 25 คน และคุณครูอีก 2 ท่าน อาคารเรียนที่ทรุดโทรมทําให้เด็กๆ ต้องมานั่งเรียนรวมกันทุกระดับชั้นในอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งการนั่งหันหลังชนกันทําให้การเรียนการสอนไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

“ผมอยากจะระดมทุนเพื่อซ่อมแซม ‘อาคารสมเด็จย่า’ อาคารเรียนเก่าแก่เพียงหลังเดียวของโรงเรียนลาดค่าง อ.ภูเรือ จ.เลย”

ผมได้ทุนสนับสนุนมาแล้วจํานวนหนึ่งจากการเปิดรับบริจาค และตั้งใจจะนําเงินทุนก้อนนี้ไปซ่อมแซมโรงเรียนพร้อมกลุ่มจิตอาสาในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน สําหรับทุนสนับสนุนจากการทําแคมเปญคราวด์ฟันดิ้งกับ Asiola จะถูกนําไปสมทบทุนซ่อมแซมโรงเรียนอีกครั้งเพื่อให้สมบูรณ์ในทุกรายละเอียด โดยทุนที่ได้รับจะถูกนําไปสนับสนุนสิ่งจําเป็นสําหรับโรงเรียน ดังต่อไปนี้
– ซ่อมแซมอาคารเรียน
– โต๊ะปิงปอง (น้องๆ เคยชนะเลิศระดับอําเภอมาแล้ว แม้จะต้องฝึกซ้อมกันด้วยโต๊ะปิงปองที่ชํารุดก็ตาม)
– เสาประตูฟุตบอลพร้อมตาข่าย
– ตาข่ายวอลเล่ย์บอล
– สีทาเส้นสนาม ทาเหล็ก อาคาร และโต๊ะเก้าอี้
– ตู้ยา ยาสามัญประจําบ้าน และเตียงพยาบาล
– กระดานดํา
– โต๊ะ เก้าอี้ สําหรับนักเรียน และครู
– ตําราเรียนระดับประถม
– อุปกรณ์การเรียน และสื่อการสอน
– สุขภัณฑ์และห้องน้ํา
– วัสดุก่อสร้าง
– เครื่องกรองน้ํา (เนื่องจากอยู่ในเขตทุรกันดารจึงไม่มีแหล่งน้ําสะอาดที่เพียงพอ)

ทําไมไอเดียนี้ถึงสร้างแรงบันดาลใจให้ S.V.S.S

ผมทําโปรเจคการกุศลมาโดยตลอด ไม่ว่าเป็นสึนามิที่ภาคใต้ แผ่นดินไหวที่เนปาล หรือตามมูลนิธิต่างๆ สําหรับโปรเจคนี้เกิดขึ้นตอนที่ผมไปเที่ยวจังหวัดเลย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผมเอง ผมได้ไปเที่ยวภูเรือกับรุ่นพี่ และทริปนี้เองที่ทําให้ผมได้รู้จักกับน้องดี มีนา ที่ทําโครงการ “เพียง พอ อุ่น” ซึ่งโครงการนี้ตรงกับสิ่งที่ผมอยากทําอยู่พอดี คือการช่วยพัฒนาจังหวัดบ้านเกิดของตัวเอง เลยได้ชักชวนกันทําจนเกิดเป็นโปรเจคนี้ขึ้นมา

“ผมได้รู้จักกับน้องดี มีนา ที่ทําโครงการ “เพียง พอ อุ่น” ซึ่งโครงการนี้ตรงกับ สิ่งที่ผมอยากทําอยู่พอดี คือการช่วยพัฒนาจังหวัด บ้านเกิดของตัวเอง”

ทําไมถึงเลือกการสนับสนุนคราวด์ฟันดิ้งกับ Asiola

ผมได้เริ่มเปิดรับบริจาคเพื่อระดมทุนให้โปรเจคนี้มาบ้างแล้ว ผมอยากขอขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี และผมเชื่อว่า Asiola จะช่วยให้ผมได้รับการสนับสนุนมากยิ่งขึ้น เพราะผมคิดว่ายังมีคนอีกมากที่อยากช่วยเหลือเด็กๆ ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร คราวด์ฟันดิ้งเป็นเรื่องของความร่วมมือร่วมใจและช่วยเหลือกัน จากการสนับสนุนคนละเล็กๆ น้อยๆ เมื่อรวมกันแล้วก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นได้ และนั่นคือสิ่งที่โปรเจคนี้ต้องการ

“ผมคิดว่ายังมีคนอีกมากที่อยากช่วยเหลือเด็กๆ ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร คราวด์ฟันดิ้งเป็นเรื่องของความร่วมมือร่วมใจและช่วยเหลือกันจากการสนับสนุนคนละเล็กๆ น้อยๆ”

ที่พิเศษกว่านั้น สําหรับผู้ที่ร่วมคราวด์ฟันดิ้งกับ Asiola ยังจะได้รับของตอบแทนจากผมอีกด้วย ผมตั้งใจว่าจะออกแบบเสื้อยืดและกระเป๋าโท้ทขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนแคมเปญนี้โดยเฉพาะ

เหตุผลที่อยากให้คุณสนับสนุนไอเดียนี้

ผมมีความตั้งใจและอยากให้ทุกคนช่วยกันระดมทุนคราวด์ฟันดิ้งให้แคมเปญนี้สําเร็จเพื่อเติมเต็ม “บ้านหลังที่สอง” ของเด็กๆ ที่ผุพังเสียหายไปตามกาลเวลาให้กลับมามีสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง อยากให้ทุกคนมาช่วยกันสร้างโรงเรียนเพื่อให้เด็กๆ ที่เป็นอนาคตของชาติได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ โดยคุณสามารถสนับสนุนแคมเปญคราวด์ฟันดิ้งนี้ได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปสั่งจองของตอบแทนที่ผมได้เตรียมไว้ให้คุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดหรือกระเป๋าโท้ท เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กๆ ในชนบท

“เพื่อเติมเต็ม “บ้านหลังที่สอง” ของเด็กๆ ที่ผุพังเสียหายไปตาม กาลเวลาให้กลับมามีสภาพ ที่สมบูรณ์อีกครั้ง อยากให้ ทุกคนมาช่วยกันสร้าง โรงเรียน เพื่อให้เด็กๆที่เป็น อนาคตของชาติได้รับการ ศึกษาอย่างเต็มที่”

ของตอบแทนสุดพิเศษ

ผมออกแบบของมาเฉพาะกิจเพื่อแคมเปญนี้โดยเฉพาะ เป็นของจากแบรนด์ของผมเองที่ชื่อ S.V.S.S. เพื่อจะมาช่วยในโปรเจคนี้ มีเสื้อ 4 ลายและกระเป๋าอีก 2 ลาย แล้วก็มี special bag ที่ผมเพ้นท์เองอีกด้วย ทั้งหมดนี้ก็เป็นของ limited edition ที่จะไม่มีขายที่อื่นครับ

Right To Breathe โดย YPO AU

เรื่องราวของเรา

พวกเราสมาชิกกลุ่มเครือข่ายองค์กร YPO Asean United ได้รวมตัวกันสร้างแคมเปญนี้ขึ้น เพื่อจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และเราอยากให้คุณมีส่วนร่วมแก้ปัญหานี้ด้วยกัน

เป็นเวลาร่วมศตวรรษแล้วที่เกษตรกรในภาคเหนือของประเทศไทยทำเกษตรกรรมแบบไร่เลื่อนลอย ซึ่งเป็นวิธีทำการเกษตรในที่สูงแบบเก่าที่ต้องทำลายป่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูกในช่วงฤดูกาลหนึ่ง ประกอบกับความต้องการเนื้อสัตว์ในตลาดเพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวของบริโภคนิยม ส่งผลให้ต้องเร่งผลิตพืชผลทางการเกษตรเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์มากขึ้น

“การถางป่าเผาพื้นที่ยังได้ทวีความรุนแรงของภาวะเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ การเผาป่ายังทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย”

อาจกล่าวได้ว่า ทั้งเกษตรกร เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ และบริษัทในอุตสาหกรรมอาหาร ล้วนมีส่วนในการทำลายป่าเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่การเกษตรด้วย และปริมาณคาร์บอนที่เกิดจากการถางป่าเผาพื้นที่ยังได้ทวีความรุนแรงของภาวะเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ การเผาป่ายังทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย

การเผาป่าเพื่อขยายพื้นที่ทำการเกษตรได้สร้างมลพิษทางอากาศให้เกิดขึ้นทั่วพื้นที่ภาคเหนือ ละอองฝุ่นจากการเผาไหม้จำนวนมากจึงปะปนอยู่ในอากาศ การสูดดมสารพิษดังกล่าวเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บมากมายไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด พัฒนาการผิดปกติของปอดในเด็ก รวมถึงโรคหัวใจ และโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆ อัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดในภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ และทั้งหมดนี้คือความรุนแรงจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งต่อผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต

“ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บมากมาย ทั้งโรคหอบหืด พัฒนาการผิดปกติของปอดในเด็ก โรคหัวใจ และโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆ”

ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบแค่บางจุด แต่กลับครอบคลุมพื้นที่ทั่วภาคเหนือของประเทศไทย ดังนั้น เราจึงต้องการทางออกในการแก้ใขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเราได้ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ Asiola ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น พร้อมมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น เราตั้งใจจะจัดค่ายอบรมอย่างต่อเนื่องกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในการเข้าไปให้ความรู้กับเยาวชนในจ.น่าน ที่อาศัยอยู่ในเขตที่ป่าไม้ถูกทำลาย ในการจัดอับรมครั้งนี้ มีค่าใช้จ่ายต่อหัวสำหรับเยาวชน 1 คนอยู่ที่ 5,000 บาท ซึ่งจะจัดให้ทำกิจกรรมในค่ายเป็นเวลา 3 วันร่วมกับนักพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่จะสอนให้เยาวชนเกิดสำนึกหวงแหนผืนฝ่าและช่วยกันปกป้อง

“เราตั้งใจจะจัดค่ายอบรมอย่างต่อเนื่องกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในการเข้าไปให้ความรู้กับเยาวชนในจ.น่านที่อาศัยอยู่ในเขตที่ป่าไม้ถูกทำลาย”

นอกจากนี้เยาวชนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลเสียต่อสุขภาพที่เป็นผลกระทบจากการถางป่าเผาพื้นที่เพื่อทำการเกษตร และหลังจากจบการอบรมแล้ว เด็กแต่ละคนจะร่วมกันทำภารกิจปลูกต้นประดู่คนละ 1 ไร่ ร่วมกับพืชเกษตรอายุสั้น และไม้ผลต่างๆ ในพื้นที่การเกษตรของครอบครัว ภาคปฏิบัติของโครงการนี้จะเป็นการปลูกป่าทดแทนจากที่ถูกเผาทำลาย ทั้งยังเป็นการมอบทางเลือกในการเลี้ยงชีพในอนาคตให้กับเด็กอีกด้วย ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ เราได้เรียนรู้จากความสำเร็จที่ผ่านมาของโครงการให้ความรู้แก่คนในพื้นที่ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดังนั้น เราจึงต้องการความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากคุณเพื่อขยายผลโครงการให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

เมื่อคุณแชร์แคมเปญของเรา คุณได้มีส่วนในการกระตุ้นให้ผู้อื่นได้ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น และเมื่อคุณร่วมสนับสนุนคราวด์ฟันดิ้งเพื่อสมทบทุนค่าใช้จ่ายของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ คุณได้มีส่วนช่วยจัดการถึงต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ทั้งยังได้สร้างอนาคตที่สดใสให้กับเกษตรไทยอีกด้วย โดยทุนสนับสนุนจำนวน 5,000 บาท สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กหนึ่งคนในการเข้าร่วมค่ายอบรมและร่วมภารกิจปลูกป่า 1 ไร่ ที่จะเป็นการสร้างอนาคตให้กับตัวเด็ก และรวมถึงคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่าต้นน้ำอีกด้วย

“คุณได้มีส่วนช่วยจัดการถึงต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ทั้งยังได้สร้างอนาคตที่สดใสให้กับเกษตรไทยอีกด้วย”

แม้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะก่อให้เกิดความเสียหายไปทั่วบริเวณภาคเหนือของประเทศ แต่ทั่วประเทศก็สามารถสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของปัญหา ดังนั้น มาร่วมสนับสนุนกับเราวันนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในแก้ไขปัญหาให้หมดไป

เกี่ยวกับ YPO

เครือข่ายองค์กรนานาชาติ YPO (Young Presidents’ Organization) ก่อตั้งในปีค.ศ. 1950 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 24,000 รายใน 130 ประเทศทั่วโลก องค์กรถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อขยายโอกาสและส่งเสริมโครงการต่างๆ ของสมาชิก เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมพร้อมทั้งพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ ด้วยแนวคิดหลัก “ผู้นำเดินหน้าด้วยผู้นำ” (Leaders leading leaders) YPO ได้สร้างเครือข่ายผู้บริหารุ่นใหม่ระดับโลกที่เชื่อมต่อกันผ่านภารกิจ และสร้างความเป็นผู้นำที่ดีผ่านการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิด

Wall Injection : Bang Rak by Luke Satoru

“โครงการ Wall Injection บางรัก นี้ ต้องการสร้างความรัก และ ภูมิใจในชุมชนของคนในชุมชน แต่นอกจากนั้น เราก็ยังอยากที่จะเห็นการปรับปรุงพื้นที่ให้มีทัศนียภาพที่ดีขึ้น และ
ปรับปรุงการใช้สอยพื้นที่ไปในขณะเดียวกัน”

Street art  หรือศิลปะบนกำแพงนั้นสามารถสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราได้อย่างเห็นผล จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชุมชน เราจะเห็นได้จากงาน street art ที่กลุ่ม Bukruk  ได้สร้างขึ้นในเขตราชเทวีนั้นสามาถทำให้คนในชุมชนหันมาให้ความสนใจพื้นที่ และทำความสะอาดพื้นที่รอบๆจนกลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชม  เราเชื่อว่าถ้าเราได้มีโอกาสเข้าไปทำงานศิลปะร่วมกับคนในชุมชนเขตบางรัก เราจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงคล้ายๆกันได้ โครงการ Wall Injection บางรัก นี้ ต้องการสร้างความรัก และ ภูมิใจในชุมชนของคนในชุมชน แต่นอกจากนั้น เราก็ยังอยากที่จะเห็นการปรับปรุงพื้นที่ให้มีทัศนียภาพที่ดีขึ้น และปรับปรุงการใช้สอยพื้นที่ไปในขณะเดียวกัน


คุณจะช่วยแคมเปญนี้ได้อย่างไร

พวกเราเลือกที่จะใช้การระดมทุนแบบ Crowdfunding เพราะเราเห็นว่าการระดมทุนแบบนี้สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของสาธารณชนได้ในมุมที่กว้างขึ้น การที่โครงการจะสำเร็จและมีพลังได้นั้นขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่มีส่วนร่วมในโครงการนั้นๆ ดังนั้น การระดมทุนแบบนี้จะทำให้เราได้ประโยชน์สองทาง

1. ใครๆ ก็สามารถเป็นส่วนร่วมในการสร้างศิลปะบนกำแพงกับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือ ทางอ้อม  คนที่มีความสนใจในงานศิลปะ และงานสร้างสรรค์แต่ไม่มีเวลา ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ได้โดยผ่านการให้เงินทุนสนับสนุน ส่วนคนที่มีเวลานั้นสามารถเข้าร่วมเรียนรู้ และ สร้างศิลปะบนกำแพงนี้ได้กับเราและคนในชุมชน

2. คนจำนวนมากจะได้รู้จักโครงการนี้ผ่านเครือข่ายของ Asiola Crowdfunding  ผู้สนับสนุนโครงการสามารถแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเพื่อให้คนได้รู้จักโครงการนี้มากขึ้น คนที่ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับโครงการนี้จะได้เข้าร่วมโครงการหรือไม่นั้น ไม่สำคัญ เพราะเราได้ปลูกฟังเมล็ดพันธ์แห่งความสร้างสรรค์ใน “ชุมชน” ได้แล้ว และเราหวังว่ามันจะเริ่ม ทำให้คนมีความคิดว่าทุกอย่างมีความเป็นไปได้ และการช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้โดยเฉพาะผ่านกระระดมทุนแบบ crowdfunding

“เราหวังว่ามันจะเริ่ม ทำให้คนมีความคิดว่าทุกอย่างมีความเป็นไปได้ และการช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้โดยเฉพาะผ่านกระระดมทุน
แบบ crowdfunding”

Thaitanium: Rap Boot Camp

สำหรับคนที่เป็น Top 3 เราจะโปรโมทผลงานผ่านทาง social media ต่างๆ ของเรา เพื่อที่เป็นการเปิดทางให้ 3 คนนี้ได้โชว์ skill และเป็นที่รู้จักมากขึ้น งานนี้ พิเศษแน่

ทำไมไอเดียนี้ถึงให้แรงบันดาลใจกับเรา

โปรเจคนี้เป็นอย่างหนึ่งที่เราอยากทำมานานละ เพื่อเป็นการตอบแทนวงการ Hip-Hop ที่ต้อนรับเราอย่างดีมาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา สิ่งที่แร็พเปอร์รุ่นใหม่จะได้จาก Thaitay Rap Boot Camp จะเป็นความรู้ทั้งในด้านศาสตร์ของดนตรี Hip-Hop การเขียน การร้อง และยังได้ฟังประสบการณ์ของเราทุกคนในวง เผื่อจะได้ข้อคิด หรือความรู้เกี่ยวกับการทำความรักที่พวกเขามีให้กับ Hip Hop มาเป็นอาชีพ เพื่อที่ในอนาคตพวกเขาจะได้ตื่นมาทุกเช้าแล้วรู้สึกโชคดีอย่างที่เรารู้สึกกัน และวงการฮิปฮอปจะได้เติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ Boot Camp นี้ เราทั้ง 3 สอนด้วยตัวเอง และยังมีเพื่อนๆ จาก Thaitanium Entertainment มาร่วมสอนอีกด้วย

อีกอย่างที่เรารู้สึกว่ามันพิเศษมากเกี่ยวกับไอเดีย Boot Camp นี้ คือ
มันเปิดโอกาสให้เราได้เจอแร็พเปอร์มือใหม่ เพราะมันดีนะ การที่ได้อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่มี passion ตรงกับเรา เราว่ามันจะบ่มความรักที่มีกับสิ่งที่ตัวเองชอบให้กลมกล่อมด้วยไอเดียใหม่ๆ เราเชื่อว่า Thaitay Rap Boot Camp ครั้งแรกนี้จะไม่เป็นครั้งสุดท้าย และจะต้องพิเศษแน่นอน ทุกคน รวมถึงเรา จะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ กลับบ้านไปชัวร์

แคมเปญสำเร็จ: Wall Injection Bangrak โดย Luke Satoru

เดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมา ในงาน “Bukruk” เทศกาลศิลปะสตรีทอาร์ตที่จัดขึ้นบริเวณชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาในย่านบางรัก ศิลปิน Luke Satoru และกลุ่มศิลปิน The Creative District ได้ใช้โอกาสนี้ในการจัดเวิร์คช็อปให้คนที่สนใจได้มาร่วมวาดภาพฝาผนังด้วยกันในช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อสร้างงานศิลปะในที่สาธารณะที่เป็นผลงานจากความร่วมมือของทุกคนที่ต้องการมีส่วนร่วม

[vc_video title=”Wall Injection: Bang Rak by Luke Satoru” link=”https://vimeo.com/146474678″]

และเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมเวิร์คช็อปนี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย พวกเขาจึงมีไอเดียที่จะระดมทุนเพื่อจัดหาอุปกรณ์และของที่จำเป็นต่างๆ สำหรับใช้ในเวิร์คช็อปนี้ และนั่นจึงเป็นที่มาของแคมเปญคราวด์ฟันดิ้งกับ Asiola ของ Luke Satoru และกลุ่มศิลปิน Creative District โดยผู้ที่สนใจสนับสนุนแคมเปญนี้สามารถร่วมคราวด์ฟันดิ้งได้ด้วยการสั่งของของตอบแทนต่างๆ ที่ Luke จัดทำขึ้นมา เช่น โปสการ์ด ผ้ากันเปื้อน และงานศิลปะต่างๆ และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่แคมเปญนี้สามารถระดมทุนได้สูงถึง 127%

เวิร์คช็อปครั้งนี้เกิดขึ้น 2 ครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ของเดือนมกราคม โดยมีคนในชุมชนย่านบางรักและผู้ที่สนใจจากที่อื่นๆ มาร่วมเวิร์คช็อปกันอย่างสนุกสนาน เริ่มตั้งแต่เรียนรู้เบสิคการวาดภาพฝาผนัง คุณสามารถเข้าไปชมบรรยากาศเวิร์คช็อปได้ ที่นี่

และแน่นอน เมื่อแคมเปญประสบความสำเร็จในการคราวด์ฟันดิ้ง ไม่เพียงไอเดียนั้นจะได้เป็นจริงขึ้นมาจากทุนสนับสนุนที่ได้รับจากทุกคน แต่ทุกคนที่สนับสนุนก็จะได้รับของตอบแทนเพื่อเป็นคำขอบคุณจากเจ้าของไอเดียอีกด้วย และผู้ที่รักงานศิลปะก็คงจะถูกใจไม่น้อยที่ได้รับภาพวาดของ Luke Satoru

ยังมีไอเดียอีกมายมายที่รอให้คุณได้มาร่วมคราวด์ฟันดิ้งกับเราที่ Asiola คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในไอเดียสร้างสรรค์เหล่านั้นได้ง่ายๆ เพียงสั่งจองของตอบแทนในแคมเปญเพื่อให้ยอดการสนับสนุนเพิ่มขึ้นจนถึงเป้าหมายการระดมทุน นอกจากนี้ คุณยังสามารถลงทะเบียนรับจดหมายข่าว เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัพเดตเกี่ยวกับไอเดียต่างๆ ที่น่าสนใจจากเรา หรือจะเริ่มแคมเปญของคุณเอง ก็สามารถทำได้เช่นกันที่ Asiola